ข้อสังเกตุ
  • Please check if the attachment directory is writeable.

กุหลาบแกร่งในชีวิต "ศรีบูรพา"

ไพลิน รุ้งรัตน์

     เบื้อง หน้าข้าพเจ้าคือป้ายสีทองที่มีตัวหนังสือลายมือเขียนไว้ชัดเจนว่า "บ้านศรีบูรพา" และมีตราสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เมื่อมองลอดประตูรั้วเข้าไปในบ้าน ก็เห็นบ้านตึกทรงฝรั่งหลังเล็กๆ สีนวล-ขอบน้ำตาล ตั้งเยื้องไปทางด้านหลังของพื้นที่บ้าน ปล่อยเนื้อที่ด้านหน้าไว้ให้เป็นความเย็นรื่นโดยการแผ่ร่มใบของต้นมะม่วงและ ต้นไม้อื่นจำนวน ๔-๕ ต้น

    "นี่แหละเรือนหอของศรีบูรพา และพิพิธภัณฑ์นักเขียนนามศรีบูรพา"

    ข้าพเจ้า บอกตัวเองขณะย่างเท้าเข้าไปในบ้าน สุนัขตัวใหญ่อารมณ์ดี แต่ต้องมีปลอกคอโซ่ล่ามกันเผลอวิ่งออกมาทักทาย  ผู้ที่ออกมาต้อนรับพาไปจนถึงระเบียงบ้านด้านซ้ายที่เห็นได้ว่าต่อเติมขึ้น ใหม่ ที่นั่นเองข้าพเจ้าได้พบ "คู่ทุกข์คู่สุข" ของ "กุหลาบ สายประดิษฐ์"  คุณชนิด สายประดิษฐ์ ศรีภรรยาของนักประพันธ์ผู้ได้รับการประกาศเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก โดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ (ยูเนสโก) หญิงผู้นี้ที่ข้าพเจ้าเห็นตรงหน้า ปัจจุบันอายุ ๙๑ ปีแล้ว แต่ความสง่างามยังคงอยู่  สิ่งที่โดดเด่นที่สุดเป็นรอยยิ้มบนใบหน้าและดวงตาโอบอ้อมอารีกึ่งสำรวจ

    "มาแล้ว คนขยัน"

    น้ำเสียงยังอ่อนใสหวานกังวานอ่อนกว่าอายุมากนัก

    เส้น ผมสีขาวตรงทรงบ๊อบให้ความรู้สึกถึงความขรึมขลัง และความอ่อนเยาว์พร้อมกัน  ข้าพเจ้ามองไปรอบๆ ห้องที่ก้าวเข้าไป มันคือห้องที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ "กุหลาบ สายประดิษฐ์" (ศรีบูรพา) มีชุดรับแขกเล็กๆ อยู่ด้านหน้า  กลางโต๊ะรับแขกมีดอกบัวแย้มบานสวยสดเหมือนธรรมชาติ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานมา ปักอยู่ในแจกันขาวงามสง่าอยู่บนผืนกำมะหยี่สีแดง และมีโต๊ะทำงานไม้สักใหญ่กว้างตั้งเด่นเป็นสง่า ราวกับจะกั้นระหว่างโลกของคนปัจจุบันกับโลกของอดีต  ข้าพเจ้านึกรู้ทันทีว่านั่นคือ โต๊ะทำงานของ กุหลาบ สายประดิษฐ์  มีพิมพ์ดีดเก่าขรึมตั้งอยู่ ๑ เครื่อง แวบหนึ่งนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกราวกับว่าโต๊ะนั้นมีชีวิต  ชีวิตความเคลื่อนไหวแห่งการเขียนหนังสือของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ปรากฏอยู่  ใครหนอที่บัดนี้อาจกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นเพื่อมองดูเรา  อาจจะเป็น ม.ร.ว. กีรติ จาก ข้างหลังภาพ หรือ ระพินทร์ ยุทธศิลป์ จาก สงครามชีวิต หรือจะเป็น โกเมศ จากจนกว่าเราจะพบกันอีก จันทา โนนดินแดง จาก แลไปข้างหน้า ใครกันหนอ  ใครจากตัวหนังสือเหล่านี้ที่มองเราอยู่

    นอก จากโต๊ะเขียนหนังสือแล้ว รอบๆ ห้องนั้นยังเป็นตู้หนังสือที่รายเรียงไปด้วยหนังสือของ "กุหลาบ สายประดิษฐ์" และ "ศรีบูรพา" หรือในนามปากกาอื่นๆ  ทั้งที่พิมพ์ครั้งเก่าและพิมพ์ครั้งใหม่  บางเล่มสีน้ำตาลของกระดาษเนื้อในและความเข้มขรึมของสีปก บ่งบอกให้รู้ว่าหนังสือเหล่านั้นมีอายุเกินครึ่งชีวิตของผู้ประพันธ์  ชีวิตและจิตวิญญาณจากตัวหนังสืออวลอุ่นอยู่ทั่วห้อง  นี่คือห้องสมุด "ศรีบูรพา" "ห้องทำงาน" "กุหลาบ สายประดิษฐ์" หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตาม  มันคือสถานที่แห่งความรักและระลึกถึงคนที่เป็นดั่งกุหลาบงามในดวงใจของนัก อ่าน  เขาคือนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ เขาคือนักหนังสือพิมพ์ผู้ยืนหยัด เขาคือคนดีมีอุดมคติ เขาคือนักต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อคนส่วนมาก และเพื่อความดีงามของสังคม และของมนุษยชาติ เขาคือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ "ศรีบูรพา" ผู้ที่  ณ วันนี้ ยูเนสโก ประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก และให้ถือว่างานฉลองครบรอบชาตกาล ๑๐๐ ปี ในวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นงานที่ยูเนสโกร่วมฉลองด้วย

ชนิด สายประดิษฐ์

    คุณชนิด สายประดิษฐ์ คู่ชีวิต คู่ทุกข์-คู่ยาก คู่รัก-คู่สุข ของ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ นั่งลงให้สัมภาษณ์ที่เก้าอี้รับแขก นัยน์ตาที่ยังความแจ่มใสคู่นั้นสะท้อนความแกร่งชีวิตให้เห็นเป็นระยะๆ มีหนังสือหลายเล่มที่เตรียมไว้สำหรับให้ข้าพเจ้าได้เห็นรายละเอียดในความเป็น กุหลาบ สายประดิษฐ์

    เสียง เล่านั้นอ่อนเบา แต่ก็ยังคงความแจ่มใส ความทรงจำยังดีเยี่ยม เรื่องเล่ายังพรั่งพรู ราวกับว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

 

พบรักและแต่งงานกัน

คุณ ชนิด ปริญชาญกล เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๖ มีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณรองเมือง  เป็นบุตรีของขุนชาญรถกล ทำงานกรมรถไฟ และ นางเขียว ปริญชาญกล เป็นลูกคนโตสุด มีพี่น้อง ๖ คน บิดาเสียชีวิตเมื่อเรียนอยู่ชั้นมัธยม แต่เนื่องจากมารดาเป็นผู้หญิงเก่ง แม้จะไม่ได้เรียนหนังสือ จึงเปิดร้านขายของสารพัดอย่างเลี้ยงดูลูกและส่งเสียให้เรียนหนังสือ  คุณชนิดจบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ สมัยนั้นคณะอักษรศาสตร์ยังไม่เปิดหลักสูตรปริญญา

    คุณชนิดเล่าว่า "แม่เป็นคนเก่งเรื่องการค้า ทั้งที่อ่านหนังสือไม่ออก  ก็ใช้ให้ดิฉันเป็นคนอ่านสัญญาอะไรต่างๆ ให้ฟัง แล้วก็เอาไปศึกษา แล้วจึงเซ็นชื่อ อะไรทำนองนี้"

    "แม่ทำการค้าอย่างนี้ ไม่อยากให้คุณชนิดเรียนบัญชีหรือคะ"

    "ไม่ค่ะ" หัวเราะ "แม่ใจกว้างมาก ท่านตามใจ"

    "แล้วทำไมถึงเลือกเรียนอักษรศาสตร์ล่ะคะ"

    "สมัยก่อนผู้หญิงก็ต้องเรียนทางครู  ตอนนั้นที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ นี่ก็เรียนแล้วได้เป็นครู..."

    "แปลว่ารุ่นเก่ามาก"

    "ใช่"

    "ไม่ทราบสมัยนั้น ใครมาเป็นอาจารย์สอนบ้างคะ"

    "อาจารย์ มีชื่อเสียงทั้งนั้น อย่าง ท่านวรรณ (ม.จ. วรรณไวทยากร วรวรรณ ภายหลังได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็น พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ผู้สัมภาษณ์) พระยาอุปกิตศิลปสาร หลวงวิจิตรวาทการ  พระราชธรรมนิเทศน์ก็มาสอน ท่านผู้ใหญ่ทั้งนั้น อ้อ...ต่อมาก็มีอาจารย์หนุ่ม ม.ล. ปิ่น มาลากุล ท่านผู้นี้คล้ายจะเป็นอาจารย์ประจำชั้นใกล้ชิดกับศิษย์ เมื่อดิฉันมีลูกคนแรกก็มาเยี่ยมถึงบ้าน"

    "ไปเรียนที่อักษรศาสตร์แล้วจึงสนใจเรื่องการแปลหรือคะ"

    "ไม่ เชิงค่ะ สนใจมาก่อนหน้านั้น... เคยไปเรียนตอนค่ำที่สำนักรวมการสอนรวมการแปลมาก่อน เคยเจอคุณกุหลาบเพราะคุณกุหลาบเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ในคณะ "รวมการสอน" ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรองเมือง ใกล้บ้าน  ตอนนั้นดิฉันยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมที่โรงเรียนสายปัญญา"

    จาก การตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ คุณกุหลาบเริ่มไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในคณะ "รวมการสอน" และไปเป็นนักเขียนในคณะ "รวมการแปล"  ทั้งสองคณะนี้มีนายแตงโม วันทวิมพ์เป็นเจ้าของ และมีนายโกศล (บุญเติม) โกมลจันทร์ เป็นผู้อำนวยการ  สำนักงานตั้งอยู่ที่ถนนรองเมือง

    ประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๕ ขณะกำลังเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ คุณชนิดก็ได้พบกับคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ อีกคุณชนิดเล่าว่า

    "ก็ ชอบอัธยาศัยกัน ตอนที่คบหากัน ไปเที่ยวไหนด้วยกัน  ดิฉันก็เอาน้องไปด้วย...ครั้งหนึ่ง คุณฉุน ประภาวิวัฒน์ เพื่อนนักเขียนของคุณกุหลาบ เคยเอาไปเขียนเล่าไว้บอกว่า เคยไปเที่ยวสวนด้วยกัน และคุณฉุนก็ไปด้วย  ผู้หญิงกับผู้ชายสมัยก่อนไปไหนมาไหนก็ต้องมีคนไปด้วย กันคนครหา"

    "คบกันอยู่นานไหมคะ"

    "ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ถึง ๒๔๗๘ ประมาณ ๓ ปี"

    "เล่าเรื่องตอนคบกันให้ฟังบ้างได้ไหมคะ..."

    "ก็ ไม่มีอะไร พอคุ้นเคยกัน บางทีเขาก็ชวนดิฉันไปที่สำนักงานของเขาบ้าง  ตอนนั้นเขาเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ก็เลยได้มีโอกาสได้เห็นการทำงานของเขา  ไปสำนักงานเขา ก็เห็นคนเขาก็เชื่อถือ  บางทีฟังเขาสั่งงาน ก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ  บางเย็นเขาก็ชวนไปกินข้าว  ครั้งหนึ่งไปเจอท่านวรรณ ท่านเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ประชาชาติ  ดิฉันก็เก้อๆ เพราะตอนนั้นท่านเป็นอาจารย์สอนที่จุฬาฯ"

    "ท่านจำคุณชนิดได้ไหมคะ"

    (หัวเราะ) "ท่านจำได้"

    คุณ ชนิดเสริมถึงเรื่องการพบรักกับคุณกุหลาบว่า "คงจะเกิดจากความสนใจในการทำงานและท่วงทีติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน  คุณกุหลาบอายุมากกว่าดิฉัน ๘ ปี แล้วก็เคยสอนพิเศษด้วย  ต่อมาก็มีการสู่ขอกันแล้ว ถือว่าหมั้นกัน  ช่วงนั้นรู้สึกว่าดีมาก  ท่านวรรณก็พาไปโน่นไปนี่เพื่อให้รู้จักชีวิตในรูปแบบต่างๆ  พาไปเลี้ยงข้าวเหลา พาไปสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ไปสวนสราญรมย์  สมัยนั้นมีการจัดงานเต้นรำบ่อยๆ  ท่านวรรณโปรดคุณกุหลาบ ตอนนั้นทำอยู่ประชาชาติเขียนหนังสือแล้ว ทำหนังสือมาก่อนแล้ว  ท่านให้เงินเดือนสูง  คุณกุหลาบเป็นคนประหยัดมาก ใช้สอยอะไรก็ประหยัด ก็เก็บเงินสร้างบ้านนี่ได้"

    คุณ ชนิดชี้ไปที่บ้าน "ตอนนั้นใช้เงินไม่มากค่ะ คุณกุหลาบเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่งแล้วก็ขอยืมเขาอีกส่วนหนึ่ง เป็นบ้านที่แข็งแรงมาก  ส่วนที่สร้างทีหลังนี่ยังสู้ไม่ได้เลย"

    "ที่ดินกี่ตารางวาคะ"

    "๒๘๐  อันที่จริง เมื่อท่านวรรณประทานให้ ท่านให้ ๓๐๐ กว่าตารางวา  ท่านเขียนไว้ที่หน้าโฉนดเป็นเค้า แต่พอมาวัดเข้าจริงเหลือ ๒๘๐ ตารางวา"

อ่านต่อ

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 08 มิถุนายน 2010 เวลา 11:14 น.)