ข้อสังเกตุ
  • Please check if the attachment directory is writeable.

ปริศนาข้างหลังภาพของ "ศรีบูรพา"


ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์


     ข้าง หลังภาพ อาจไม่ใช่นวนิยายที่ดีที่สุดของ "ศรีบูรพา" แต่ก็เป็นนวนิยายที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านทุกยุคทุกสมัยมากกว่านวนิยาย เล่มอื่นๆ ของ "ศรีบูรพา" ทั้งยังเป็นนวนิยายเล่มเดียวของท่านที่มักถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ แม้จะไม่ถี่และบ่อยครั้งเท่านวนิยายรักอย่าง บ้านทรายทอง คู่กรรม หรือ ดาวพระศุกร์ ก็ตาม

     แต่สิ่งที่ทำให้ ข้างหลังภาพ พิเศษกว่านวนิยายเล่มอื่นๆ ของท่าน และแตกต่างจาก นวนิยายรักทั่วไป ก็คือ ข้างหลังภาพ เป็นงานที่นักวิจารณ์สำนักต่างๆ นิยมนำมาวิเคราะห์

ค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ "ข้างหลังภาพ" มาโดยตลอด

ข้างหลังภาพ ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติ รายวัน เมื่อ

ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตรักที่ไม่สมหวังของ ม.ร.ว. กีรติ กุลสตรีผู้เพียบพร้อม

แต่กลับหาคนรักมาแต่งงานด้วยไม่ได้ เมื่ออายุล่วงเลยมาถึง ๓๕ ปี เธอจึงจำต้องแต่งงาน

กับพ่อม่ายวัย ๕๐ หลังแต่งงานทั้งคู่เดินทางไปฮันนีมูนที่โตเกียว ที่นั่นเธอได้รู้จักกับนพพร

นัก เรียนนอกวัย ๒๒ ทั้งคู่สนิทสนมกันจนกลายเป็นความรัก โดยนพพรได้สารภาพรักกับ ม.ร.ว. กีรติ คราวเมื่อทั้งคู่ไปเที่ยวธารน้ำตกที่มิตาเกะ ส่วน ม.ร.ว. กีรติ แม้จะรักนพพร แต่เธอกลับไม่ยอมบอกความในใจ

หลังจากที่ ม.ร.ว. กีรติและสามีเดินทางกลับเมืองไทย ในช่วงแรกนพพรได้เขียน

จดหมายถึง ม.ร.ว. กีรติ พร่ำรำพันถึงความรักของเขา แต่นานวันเข้าความรู้สึกหลงใหลนี้

ก็เจือจางไป เมื่อศึกษาที่ญี่ปุ่นสำเร็จ นพพรเดินทางกลับประเทศไทยและแต่งงานกับคู่หมั้น

ที่ครอบครัวจัดหาให้ หลังจากนั้นไม่นาน ม.ร.ว. กีรติได้ล้มป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนตาย

เธอมอบภาพวาดริมลำธารที่มิตาเกะ และคำสารภาพรักที่กลายเป็นประโยคอมตะกินใจผู้อ่าน

รุ่นแล้วรุ่นเล่า ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก

อาจ เป็นเพราะอมตวาจานี้เองที่ทำให้ประเด็นในการพูดถึงนวนิยายเล่มนี้ที่ถูกหยิบ ยกขึ้นมาเสมอคือ เรื่องการยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมเหนือความรักของ ม.ร.ว. กีรติ ในทำนองว่าแม้จะรักนพพร "ใจจะขาด" แต่เธอก็ไม่ยอมตอบรับรักของนพพร เพราะเธอ

รักเกียรติและศักดิ์ศรีกุลสตรีที่ไม่อาจประพฤติผิดต่อสามีได้ การตีความปริศนาข้างหลังภาพ

ทำนองนี้ยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่ประปรายในปัจจุบัน และคงจะมีสืบต่อไปในอนาคตโดย

ไม่ต้องสงสัย

แต่สิ่งที่อยู่ข้างหลังภาพ มีเพียงเท่านี้หรือ?

"ศรีบูรพา" พยายามนำเสนอนัยของนวนิยายเล่มนี้ผ่านคำพูดของนพพรในบท

เกริ่นนำเรื่องไว้ว่า

 

            ...ข้างหลังภาพนั้นมีชีวิต และเป็นชีวิตที่ตรึงตราอยู่บนดวงใจของ

        ข้าพเจ้า สำหรับคนอื่น ข้างหลังภาพนั้นก็คือกระดาษแข็งแผ่นหนึ่ง และต่อไป

        ก็คือผนัง ฉะนั้นเขาจะมองเห็นภาพนั้นเป็นอย่างอื่น นอกจากที่เป็นแต่ภาพ

        ธรรมดาสามัญภาพหนึ่งอย่างไรได้

 

คำ พูดดังกล่าวเตือนสติผู้อ่านและนักวิจารณ์ให้ตระหนักว่า การตีความมีสองประเภท คือการตีความตามความหมายตรงตัว กับการตีความตามนัยประหวัด แน่นอนว่าในที่นี้

"ศรีบูรพา" คงมิได้พูดถึงเฉพาะการตีความ "ข้างหลังภาพ" ของ ม.ร.ว. กีรติเท่านั้น แต่

น่าจะหมายรวมถึงการตีความนวนิยายข้างหลังภาพ ของท่าน และอาจครอบคลุมไปถึงการ

ตีความวรรณกรรมทั่วไปอีกส่วนหนึ่งด้วย

หาก เรายึดเอาข้อพึงสังวรดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ จะพบว่าการตีความข้างหลังภาพ ให้เป็นเรื่องเสียสละความรักเพื่อรักษาศีลธรรมและอื่นๆ ดูน่าจะไม่ต่าง

ไปจากการมองว่า "ข้างหลังภาพ" คือ "กระดาษแข็งแผ่นหนึ่งและต่อไปก็คือผนัง" เพราะ

เป็นการตีความตามความหมายตรงตัวเกินไป จนมองไม่เห็นความยอกย้อนที่ซ่อนอยู่ในงาน

ที่ผ่านมามีนักวิจารณ์หลากรุ่นหลายสำนักตระหนักดีว่า "ข้างหลังภาพ" นี้มีมากกว่า

กระดาษ แข็งและผนัง โดยได้พยายามตีความนัยประหวัดที่ซ่อนอยู่ในข้างหลังภาพ เป็นต้นว่า นักวิจารณ์วรรณกรรมแนวมาร์กซิสม์ลายครามอย่าง บรรจง บรรเจิดศิลป์ วิเคราะห์

นวนิยายเล่มนี้โดยมุ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตัวละครเอกทั้งสอง เข้ากับสภาพสังคมไทย

ยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง อันเป็นช่วงที่ชนชั้นสูงเริ่มสูญเสียอำนาจให้กับชนชั้นนายทุน

บรรจง ชี้ว่า ม.ร.ว. กีรติเป็นตัวแทนของชนชั้นศักดินาที่กำลังร่วงโรยไปตามกาลเวลา ส่วนนพพรเป็นตัวแทนของชนชั้นนายทุนนายหน้าที่กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทในสังคม ขณะนั้น  ความรักของ ม.ร.ว. กีรติที่ต้องจบลงด้วยความตายจึงไม่ใช่เรื่องของการยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ต่อสามีแต่อย่างใด หากเป็นผลมาจากความแตกต่างทางชนชั้นเป็นสำคัญ

บรรจงสรุปว่านพพรปฏิเสธที่จะแต่งงานกับ ม.ร.ว. กีรติ เพราะว่า

 

            ชนชั้นนายทุนนายหน้าผู้ซึ่งขึ้นครองตำแหน่งแทนชนชั้นผู้ดีในสังคม

        นั้น ก็ย่อมไม่สามารถจะรับเอาระบบศักดินาอันเก่าคร่ำครึมาเป็นระบบคู่ครอง

        ของตนได้

    จาก "ดูวรรณคดีจากสังคม ดูสังคมจากวรรณคดี" ใน ชีวิตกับความใฝ่ฝัน ฉบับพิมพ์ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ หน้า ๑๑๓

 

ในสายตาของบรรจง คำสารภาพรักอันสุดแสนซาบซึ้งกินใจของ ม.ร.ว. กีรตินั้นเป็นเพียงคำปลอบประโลมใจต่อความล่มสลายของชนชั้นตนเท่านั้น

ส่วน ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ เสนอว่า ปัญหาความรักของ ม.ร.ว. กีรติและนพพรเป็นปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างวัย มากกว่าเรื่องช่องว่างระหว่างชนชั้น โดยตั้งข้อสังเกตว่า

 

            "หม่อมราชวงศ์กีรตินั้นเป็นคนที่มีอุปาทานยึดอยู่กับวัย มีความรู้สึกถึง

        ความแตกต่างระหว่างวัยของตนกับสามีมากเป็นพิเศษกว่าคนอื่นๆ แล้วก็เกิด

        ภาคภูมิใจว่า วัยระหว่างตนกับนพพรนั้นหาได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้นพพรรัก

        ตนไม่"

จาก วิเคราะห์รสวรรณคดี ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ หน้า ๑๙๐

อ่านต่อ

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 08 มิถุนายน 2010 เวลา 11:11 น.)