ข้อสังเกตุ
  • Please check if the attachment directory is writeable.

ข้างหลังภาพ ของ ศรีบูรพา

ในทัศนะของ ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ
ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ

     ข้าง หลังภาพ ของ "ศรีบูรพา" เป็นนวนิยายที่รู้จักกันดีและได้รับความนิยมชมชอบอย่างกว้างขวาง นวนิยายเรื่องนี้ใช้กลวิธีของประเภทพาฝัน แต่จบลงด้วยความเศร้า แต่ไม่ถึงกับเป็นทราเจดี ตามหลักของตะวันตก คือไม่ใช่เรื่องของบุคคลที่ใหญ่ยิ่งในด้านสังคมหรือจิตใจ ตัวละครเป็นบุคคลสามัญ แต่ในด้านวรรณศิลป์ ข้าพเจ้าถือว่า เป็นงานเขียนที่ดีเด่นเรื่องหนึ่ง

    ข้าพเจ้าจะเริ่มด้วยวิเคราะห์เนื้อเรื่องก่อน

เนื้อเรื่อง

     เนื้อ เรื่องมีว่า ชายหนุ่มคนหนึ่งมาจากสกุลผู้ดี มีฐานะดี กำลังศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่น มีอายุ ๒๒ ปี ชื่อนพพร ได้รับหน้าที่ให้ช่วยเหลือต้อนรับเจ้าคุณอธิการบดีอายุ ๕๐ ปี กับภรรยาที่มีฐานันดรศักดิ์เป็น ม.ร.ว. ชื่อกีรติ ชายหนุ่มคนนี้ได้พบกับคุณหญิงกีรติ ต้องใจในรูปสมบัติ ในมารยาทอันมีเสน่ห์ จึงหลงรัก คุณหญิงก็รักตอบ แต่ไม่ได้ประพฤติผิดจากจริยะที่นิยมกันในสมัยนั้น นพพรมิได้ล่วงเกินทางกายมากกว่าการจูบที่แขน นอกจากนั้นคุณหญิงไม่ได้บอกให้นพพรรู้ว่า คุณหญิงมีความรักนพพร คุณหญิงแสดงแต่ความอ่อนหวานต่อนพพร แสดงให้เห็นว่าคุณหญิงมีความสุขที่จะอยู่ใกล้เขา ไปเที่ยวกับเขาในที่ห่างไกลผู้อื่น พร้อมกันนั้นคุณหญิงก็เตือนเขาให้คิดถึงการศึกษา ให้คำนึงถึงความก้าวหน้าในชีวิตของเขา  

แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เจ้าคุณกลับประเทศไทย คุณหญิงก็ลาจากนพพรอย่างมิตรสนิทที่มีความหวังดีต่อมิตรที่เยาว์กว่า ทำให้นพพรเข้าใจว่าแม้คุณหญิงจะมีชีวิตสมรสอันปราศจากความรัก แต่เป็นชีวิตที่ "ผาสุก" คือชีวิตที่ประกอบด้วยความสมบูรณ์ทางทรัพย์ ทางฐานะในสังคม และคุณหญิงเต็มใจทำหน้าที่ภรรยาที่ดีต่อเจ้าคุณตลอดชีวิตของเจ้าคุณ

คุณ หญิงกีรติมีอายุ ๓๕ ปี เมื่อพบกับนพพร มีความเปล่งปลั่งเต็มที่ นพพรสำนึกในความแตกต่างระหว่างวัยและฐานะของตนกับเจ้าคุณ แต่ก็หักห้ามใจไม่ให้รักและหวังในความรักอันสมบูรณ์ไม่ได้ และเมื่อคุณหญิงกับเจ้าคุณจากมา นพพรมีความเศร้าโศกมาก ได้ติดต่อกับคุณหญิงทางจดหมาย จดหมายของคุณหญิงถึงนพพรนั้นอ่อนหวานเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง ส่วนของนพพรในตอนแรกแสดงความรู้สึกร้อนแรง แล้วนพพรก็ค่อยชินชากับการที่ต้องพรากจากคุณหญิง ชีวิตของนพพรกลับเข้าแนวของนักศึกษาเหมือนก่อนที่จะได้พบคุณหญิง

เวลา ล่วงไปจนนพพรเรียนจบและกลับมาประเทศไทย เจ้าคุณสิ้นชีวิตไปแล้ว คุณหญิงเป็นม่าย มีทรัพย์มีความงามอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่เมื่อนพพรพบคุณหญิงอีก นพพรมีความรู้สึกเยี่ยงมิตรที่ดีพึงมีต่อกัน นพพรเห็นว่าคุณหญิงสวย มีเสน่ห์ แต่นพพรไม่มีความเร่าร้อนในอันที่จะยึดถือคุณหญิงมาเป็นที่รักของตน นพพรยินยอมแต่งงานกับหญิงที่บิดามารดาแนะนำให้ และส่งข่าวให้คุณหญิงทราบโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์เก่า เรื่องจบลงโดยคุณหญิงกีรติตายด้วยโรคที่เป็นมานานกำเริบขึ้น ซึ่งการกำเริบของโรคเป็นผลมาจากความเสียใจที่นพพรสลัดรักคุณหญิง

ต่อ ไปนี้จะวิเคราะห์ตัวละคร ด้วยเหตุว่านวนิยายเรื่องนี้กล่าวถึงความรู้สึกภายในของบุคคลสองคนโดยเฉพาะ การวิจารณ์ย่อมจะต้องเป็นไปเชิงจิตวิทยา พฤติกรรมของนพพรและ ม.ร.ว. กีรติ มิได้มีส่วนกระทบกระเทือนชีวิตของผู้ใดเลย แม้แต่คู่หมั้นของนพพรและสามีของ ม.ร.ว. กีรติ ดังนั้นการวิเคราะห์ตัวละครจึงเป็นการวิเคราะห์ลักษณะจิตใจของคนทั้งสอง

 

ลักษณะนิสัย

 

การ วิเคราะห์เชิงจิตวิทยานี้ถึงแม้จะมีหลักวิชาเป็นที่ยึดอยู่บ้าง แต่จิตวิทยานั้นคือวิชาว่าด้วยพฤติกรรมทางจิตใจของมนุษย์ และพฤติกรรมทางจิตใจนั้นตามธรรมดาย่อมรู้ได้โดยทางวาจาหรือทางการกระทำเท่า นั้น ในนวนิยายผู้แต่งมักตั้งตัวเป็นผู้มีญาณวิเศษ สามารถเข้าใจความคิดความรู้สึกของตัวละครแล้วแจ้งให้ผู้อ่านทราบด้วย แต่ผู้แต่งเรื่องนี้เลือกบอกเล่าเฉพาะที่เป็นประโยน์แก่การดำเนินเรื่อง เพื่ออธิบายการกระทำของตัวละคร การวิเคราะห์จึงเป็นการติดตามตัวละครในเรื่องนี้ "พฤติกรรมทางกายมีน้อย มีแต่วจีกรรมกับความนึกคิดของนพพรเป็นส่วนใหญ่" เพราะผู้แต่งใช้กลวิธีให้นพพรเป็นผู้เล่าเรื่อง เราจึงเข้าใจนพพรได้มาก แต่ฝ่ายกีรตินั้น เราเข้าใจตามที่นพพรบอก ลักษณะนิสัยของนพพรจึงแจ่มแจ้งแก่ผู้อ่านมากกว่า นพพรเป็นชายหนุ่มที่ได้รับการอบรมตามแบบแผนของคนมีสกุลของไทยในช่วงหลัง พ.ศ. ๒๔๗๕ ไม่กี่ปี ชายหนุ่มทั่วไปยกย่องผู้หญิงที่มีมารยาทอ่อนโยน แสดงความคิดนึกอย่างสุภาพและไม่มากเกินกว่าที่สังคมจะยอมรับนิยมผู้หญิงที่ เอาใจใส่กับการแต่งตัวทะนุบำรุงตนเองให้ดูสดชื่น แต่ไม่ถึงกับให้เห็นเป็นการแต่งชัดเจนโจ่งแจ้ง นิยมผู้หญิงที่มีคุณสมบัติของแม่บ้าน รู้จักการจัดอาหาร การรับแขกให้สุขสบายไม่เก้อเขิน เป็นต้น ลักษณะนิสัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีอยู่ในคุณหญิงกีรติซึ่งเป็นทุนเรียกความสนใจจากนพพรเป็นอันมาก

นอก จากจะมีคุณสมบัติของผู้หญิงที่มีสกุลครบถ้วนแล้ว คุณหญิงกีรติยังรู้จักแสดงความปรานีต่อชายหนุ่มที่เยาว์วัยกว่า โดยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความสำคัญของตนด้วย  คุณหญิงเป็นคนไวต่อความงาม มีฝีมือในการวาดภาพ แม้ไม่ถึงขั้นจิตรกรเรืองนามแต่ก็มีฝีมือพอสมควร ภาพที่คุณหญิงวาด ผู้ได้เห็นใช้คำว่าเป็นภาพธรรมดา ซึ่งก็แปลว่าไม่เลว  คุณหญิงเป็นผู้มีเสน่ห์ทางวาจา รู้จักพรรณนามโนภาพและสิ่งที่เห็นด้วยถ้อยคำที่ตรึงใจผู้ฟัง โดยเฉพาะชายหนุ่มอายุ ๒๒ ปีเช่นนพพร สรุปแล้วก็คือ ทั้งหญิงและชายตัวเอกของเรื่อง มีลักษณะนิสัยตามแบบแผนของคนที่รับรองกันว่าเป็น "ผู้ดี" ในสมัยของตน บวกกับอารมณ์ที่ประณีตเป็นพิเศษกว่าคนทั่วไป

นพ พรได้กระทำสิ่งที่อาจเรียกว่า "ผิด" ของค่านิยมสมัยนั้นครั้งเดียว คือจุมพิตคุณหญิงกีรติที่มิตาเกะ ซึ่งเป็นตำบลตากอากาศใกล้เมืองโตเกียว ในเวลาที่ใกล้จะลาจากกัน  นพพรคงอยู่ศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น และคุณหญิงกลับประเทศไทยในฐานะภรรยาที่ดีของเจ้าคุณก่อนที่ทั้งสองจะได้พบ กันอีกครั้ง

พฤติกรรมทางจิตของคนทั้ง สองนี้ เราจะวิเคราะห์ไปในทางใด ข้าพเจ้าจำได้ดีว่า เมื่อแรกอ่านหนังสือเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอ่านพร้อมกับญาติผู้หญิงหลายคน ทุกคนที่อ่านก็ว่าเป็นนวนิยายที่ตรึงใจ ทั้งเนื้อเรื่องและสำนวนภาษารวมทั้งลักษณะนิสัยของตัวละคร นี่ก็หมายความว่า เมื่อแรกที่นวนิยายเรื่องนี้ออกสู่บรรณโลก ผู้อ่านรับเอาว่าไม่ขัดต่อความจริง และเป็นความจริงที่ละเมียดละไม ไม่ผิดศีลธรรม เป็นความจริงที่น่าเห็นใจ น่าเศร้า และไม่ทำให้เกิดความเกลียดหรือรังเกียจ

ก่อน ที่จะวิจารณ์นวนิยายเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอร้องให้เพื่อนนักอ่านหนังสือที่มีอายุ ๔๐ ปีกว่าๆ อ่านและวิเคราะห์ลักษณะนิสัยของตัวละคร นักอ่านคนนี้เป็นนายแพทย์ ท่านบอกว่า เข้าใจจิตใจของนพพรดี แต่ไม่เข้าใจจิตใจ ม.ร.ว. กีรติ นพพรนั้นเป็นชายหนุ่มเมื่อพบผู้หญิงมีเสน่ห์ที่มีอายุมากกว่า ก็ย่อมหลงรักตามธรรมชาติของคนวัยนี้ แต่ ม.ร.ว. กีรตินั้น เหตุใดจึงรักนพพรและรักอยู่ช้านาน ขอให้ข้าพเจ้าชี้แจงด้วย

ลักษณะ จิตใจของ ม.ร.ว. กีรตินั้น สำหรับคนวัยข้าพเจ้าก็คิดว่าเข้าใจได้ง่าย เพราะได้พบเห็นชีวิตที่คล้ายกันมา เป็นจิตใจของผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาในโลกแคบ ความรู้ของคุณหญิงกีรติเกี่ยวกับความรักนั้น ก็คงได้จากหนังสืออ่านเล่น คือนวนิยายไทยและนวนิยายฝรั่ง ที่ไม่บอกกล่าวเรื่องนี้อย่างจริงจังนัก ผู้หญิงไทยในสมัยของ ม.ร.ว. กีรติ แทบจะไม่ได้รับความรู้จากคนที่มีประสบการณ์เรื่องเพศ ผู้หญิงสมัยนั้นย่อมไม่กล้าถามถึงเรื่องความรักจากพ่อหรือแม้แต่พี่ชายหรือ น้องชาย และหนังสือที่ชี้แจงเรื่องนี้ก็คงไม่ผ่านสายตา นวนิยายที่มีก็คงเป็นประเภทพาฝัน ส่วนนวนิยายที่แปลจากภาษาฝรั่งซึ่งคนไทยนิยมแปลในสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือ ๖ ก็มีผลงานของ แมรี คอเรลลี ซึ่งก็ไม่สนใจปัญหาทางเพศ หรือ เพิร์ล บัค ก็ไม่สนใจปัญหานี้ แล้วนวนิยายอย่างชู้รักของเลดี้แชตเตอร์ลีย์ คงไม่ผ่านสายตาของ ม.ร.ว. กีรติเท่าใดนัก ดังนั้นการที่คุณหญิงกีรติซึ่งเป็นคนรักความสวยงาม แลเห็นพืชพันธุ์ผักเป็นสิ่งที่ให้ความรื่นรมย์ แลเห็นลูกมะเขือเทศเหมือนกับว่าเป็นเด็กหนุ่มวัยเดียวกับนพพร ก็คงเป็นคนที่เรียกว่าโรแมนติก เชื่อถือในทางดี เชื่อในทางอุดมคติ คงจะมีความฝันว่าตัวได้ประสบกับความรัก เมื่อนพพรได้แสดงความรู้สึกต่อตน และคงจะภาคภูมิใจที่ตนรู้จักหน้าที่ ไม่ตื่นไปกับความรักของชายหนุ่ม เมื่อเป็นม่ายจึงสร้างความหวังไว้ในใจ ว่าพอนพพรกลับมาเมืองไทยก็คงรักษาความรู้สึกเดิมไว้ ถึงแม้จะไม่เร่าร้อนดังแต่ก่อน ก็คงยังมีรอยเหลืออยู่ ครั้นพบว่าความรักนั้นอันตรธานไปแล้ว ก็แลเห็นชีวิตปราศจากความหมาย โรคประจำตัวจึงกำเริบ และเสียชีวิตได้ง่าย

เนื้อ เรื่องของนวนิยายนี้ ข้าพเจ้าว่าสมจริง และลักษณะนิสัยของบุคคลก็สมจริง แต่สำหรับเพื่อนนายแพทย์วัย ๔๐ ที่เขาไม่เข้าใจ เพราะสมัยนี้คนที่เป็นผู้ใหญ่ อายุเข้ากลางมัชฌิมวัยที่จะรู้จักโลกน้อยอย่างคุณหญิงกีรตินั้น ไม่น่าจะมีได้ แต่ข้าพเจ้าเห็นจะต้องยืนยันว่า สำหรับสมัยของคุณหญิงกีรตินั้น น่าจะมีได้

เมื่อวิเคราะห์เนื้อเรื่องและตัวละครแล้ว ก็จะไปถึงขั้นที่ ๒ คือ วินิจสาร หรือตีความว่าผู้แต่งส่งสารอะไรมาให้ผู้อ่าน

อ่านต่อ

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 08 มิถุนายน 2010 เวลา 11:10 น.)