ข้อสังเกตุ
  • Please check if the attachment directory is writeable.

ศรีบูรพา กับพัฒนาการนวนิยายไทย


ผศ. ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร


     "ศรีบูรพา" เป็นนามปากกาของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ นักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ที่มีบทบาทในวงวรรณกรรมไทยตั้งแต่ราว พ.ศ. ๒๔๗๒ จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ ในวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ จะเป็นวันครบรอบ ๑๐๐ ปีชาตกาลของนักเขียนท่านนี้ และยังเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในวงวรรณกรรมไทย คือเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองเนื่องจากยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

    บทความนี้จะกล่าวถึงนวนิยายเล่มสำคัญของ "ศรีบูรพา" ได้แก่ ลูกผู้ชาย สงครามชีวิต ข้างหลังภาพ ป่าในชีวิต จนกว่าเราจะพบกันอีก และแลไปข้างหน้า เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของนวนิยายดังกล่าวที่มีต่อพัฒนาการนวนิยายไทย

รุ่งอรุณนวนิยายไทย : ลูกผู้ชาย กับอุดมคติสามัญชน

เริ่ม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๒ "ศรีบูรพา" เป็นหนึ่งในขบวนนักเขียนหนุ่มสาวผู้สร้างสรรค์นวนิยายไทยที่นำเสนอเนื้อหา ซึ่งสัมพันธ์กับสังคมไทยในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองอย่าง เข้มข้น "ศรีบูรพา" ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ และ "ดอกไม้สด" เขียนนวนิยายที่แสดงความนึกคิด ความเชื่อ ความใฝ่ฝันและวิถีชีวิตซึ่งต่างไปจากนวนิยายก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังสอดแทรกการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสังคม ลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นพัฒนาการจากเนื้อหานวนิยายที่มักนิยมเรื่องหวือ หวาพาฝัน มุ่งแต่ความสนุกสนานกับเรื่องเกี่ยวกับความรัก มาสู่การมองปัญหาความรักอย่างสัมพันธ์กับความเป็นจริง โดยนำปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมมาพิจารณาด้วย

    ลูกผู้ชาย แสดงถึงความใฝ่ฝันของสามัญชนโดยเสนอแนวคิดเชิงอุดมคติเกี่ยวกับความเป็น "ลูกผู้ชาย" ของหนุ่มสมัยนั้นว่า การเป็นลูกผู้ชายไม่ได้ขึ้นอยู่กับตระกูลหรือยศศักดิ์แต่อยู่ที่ความมานะบากบั่นเพียรพยายามในการสร้างตนเอง เป็นผู้มีคุณธรรม รู้จักเสียสละ และมีความยุติธรรม ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับความยุติธรรม ผู้ที่เป็นลูกผู้ชายย่อมเลือกความยุติธรรม มาโนช ตัวเอกของเรื่องเป็นแบบอย่างของลูกผู้ชายในอุดมคติผู้ก่อร่างสร้างตัวจากสามัญชนกรรมาชีพ ลูกช่างไม้มาเป็นขุนนางชั้นคุณพระและได้เป็นผู้พิพากษา การสร้างตัวละครเอกเช่นนี้ยังสะท้อนให้เห็นความหวังของสามัญชนในระยะนั้นซึ่งมีความเชื่อมั่นว่า พวกเขามีโอกาสเลื่อนฐานะของตนมาอยู่ในสังคมชั้นสูงได้ด้วยความเพียรพยายามหมั่นศึกษาและประพฤติตนอยู่ในคุณธรรม ลูกผู้ชาย เสนอแนวความคิดที่ตรงกับความใฝ่ฝันของสามัญชนผู้มีการศึกษาในสมัยนั้น ทำให้ได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื่องจากเป็นตัวแทนความรู้สึกของหนุ่มสาวร่วมสมัยในช่วงเวลาดังกล่าว

    นอกจากนี้หากพิจารณาแนวคิดย่อยของลูกผู้ชาย จะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านความคิดเห็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นสูง ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่าตระกูลหรือยศศักดิ์มิใช่เครื่องรับประกันความเป็นคนดีมีคุณธรรม ตัวละครฝ่ายร้ายในเรื่องคือ คิรี เป็นลูกผู้ดี แต่การกระทำของเขาเองทำให้ชีวิตตกต่ำจนต้องกลายเป็นโจรติดตะราง ทัศนะเช่นนี้ยังพบได้ในนวนิยายเรื่องอื่นๆ ของ "ศรีบูรพา" ที่เขียนในช่วงเวลาเดียวกับลูกผู้ชาย เช่น มารมนุษย์ พระอารีอดิศัย ตัวผู้ร้ายก็เป็นขุนนาง ปราบพยศ หลวงมหิทธิ ก็เป็นขุนนางที่มีความประพฤติเหลวแหลก เป็นต้น ตัวละครฝ่ายร้ายของ"ศรีบูรพา" มักมาจากตระกูลขุนนาง ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า การใช้ตำแหน่งขุนนางมาจำแนกความดี-ความเลวนั้นไม่ยุติธรรม ตอนหนึ่งในปราบพยศ ซึ่ง "ศรีบูรพา" แสดงความคิดเห็นเช่นนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า

            "ผมต้องการพูดกับสุภาพบุรุษเท่านั้น ถ้าคุณทั้งหมดเป็นสุภาพบุรุษ

        ก็ขอได้ตัดคำว่าขุนนางออกเสียเถิด เพราะขุนนางไม่ใช่เครื่องหมายอันแท้จริง

        ที่จะรับรองความเป็นคนดีของคนเราได้"

            "คุณพูดถูก ขุนนางไม่ใช่คนดีไปเสียทั้งหมด..."๑

    

    นอกจากนี้ยังให้ภาพของผู้ที่เคยเป็นนายแต่กลับต้องมาเป็นคนใช้ในภายหลัง คือชีวิตของคุณนายมุ้ยในโลกสันนิวาส "ศรีบูรพา" เสนอว่า ชีวิตของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "บุพเพ" แต่ขึ้นอยู่กับโลกสันนิวาส คือการกระทำของแต่ละคนที่จะบันดาลชีวิตของผู้นั้น อันแสดงถึงความหวังและการมองโลกในแง่ดีของสามัญชนคนหนึ่ง

    ภาพวิถีชีวิตที่สวนทางกันของคนสองกลุ่ม คือ ชนชั้นสูงกับสามัญชน ชนชั้นสูงมองเห็นวิถีชีวิตที่ตกต่ำลงของตน ส่วนสามัญชนเริ่มมีความหวังอันแจ่มใสต่อวิถีชีวิตซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในสังคม ไม่เพียงแต่จะเห็นได้ในนวนิยายของ "ศรีบูรพา" เท่านั้น แต่ยังพบในนวนิยายของ ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ และ "ดอกไม้สด" ด้วย

    "ศรี บูรพา" ยังนำเสนอการวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยมเดิมที่ถือกันว่ากุลสตรีควรมีสามีคนเดียว และชีวิตสมรสครั้งแรกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างที่เรียกกันว่า "ปลูกเรือนผิดคิดจนตัวตาย" ในนวนิยายของ "ศรีบูรพา" จะเห็นภาพตัวละครเอกฝ่ายหญิงที่มักเคยผิดหวังในชีวิตสมรสมาแล้ว ตัดสินใจแยกทางเดิน เธอจึงไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างนางเอกแบบฉบับทั่วไป เช่น เรณู สรลักษณ์ นางเอกในเรื่องมารมนุษย์ แต่งงานกับคนที่ตนเองไม่ได้รัก เพราะประเพณีคลุมถุงชน ชีวิตสมรสจึงล้มเหลว เธอตัดสินใจหย่า และได้แต่งงานกับพระเอกในที่สุด หรือ วันเพ็ญ ในผจญบาป ยอมแต่งงานกับชายที่ตนเองไม่ได้รักซึ่งบิดามารดาจัดการให้ กว่าจะพบความสุขที่แท้จริงก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย จนในที่สุดได้แต่งงานกับน้องชายสามีเก่าที่เคยเป็นคู่รักอยู่เดิม

 

สงครามชีวิต : จุดเริ่มต้นของสำนึกทางมนุษยธรรมต่อผู้ยากไร้

 

"ศรีบูรพา" เขียนนวนิยายเรื่องสงครามชีวิต และรวมพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๗๕ ก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงไม่ถึงเดือน นวนิยายเรื่องนี้แสดงสำนึกทางมนุษยธรรมต่อผู้ยากไร้ในสังคม พร้อมกันนั้นก็สะท้อนสภาพความเลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมไทยและค่านิยมบางประการที่งมงายไร้สาระ

    สงครามชีวิต เป็นนวนิยายในรูปแบบจดหมาย โครงเรื่องกล่าวถึงความสัมพันธ์ของหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งติดต่อกันทางจดหมาย ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์สังคม ช่องว่างทางเศรษฐกิจ และค่านิยมบางประการที่ไร้เหตุผล ความสัมพันธ์ของทั้งสองสิ้นสุดลงเมื่อฝ่ายหญิงตัดสินใจไปเป็นนางเอกภาพยนตร์ และแต่งงานกับผู้กำกับในที่สุด เรื่องจบลงด้วยความเศร้า เมื่อฝ่ายชายต้องพ่ายแพ้ในสงครามชีวิต  นวนิยายเรื่องนี้มีความสำคัญต่อพัฒนาการนวนิยายไทย เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของความสำนึกทางมนุษยธรรมในนวนิยาย ด้วยทัศนะที่เห็นอกเห็นใจผู้ยากไร้ "ศรีบูรพา" จึงนำเรื่องราวชีวิตของพวกเขามาเขียน ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีนวนิยายไทยที่กล่าวถึงความยากจนในลักษณะผู้หญิงยากจน ไปรักชายร่ำรวย หรือชายเป็นยาจกไปหลงรักดอกฟ้าผู้สูงศักดิ์ แต่ก็จบลงด้วยความสุข เพราะต่อมาพบว่าฝ่ายหญิงเป็นทายาทกองมรดก หรือฝ่ายชายก่อร่างสร้างตัวได้ อันเป็นลักษณะนวนิยายทำนองเพ้อฝัน ชีวิตของเพลินกับระพินทร์ในสงครามชีวิต จึงเป็นชีวิตของผู้ยากไร้คู่แรกในนวนิยายไทยที่จบลงด้วยความเศร้า

    อย่างไรก็ตามความสำนึกทางมนุษยธรรมในสงครามชีวิต ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ ซึ่ง "ศรีบูรพา" ได้แบบอย่างโครงเรื่องมาจากเรื่อง Poor People ของ ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้ (Fyodor Dostoyevsky๒) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย Poor People เป็นนวนิยายเรื่องแรกของดอสโตเยฟสกี้ เขียนขึ้นปี ค.ศ. ๑๘๔๕ (พ.ศ. ๒๓๘๘) เมื่ออายุเพียง ๒๔ ปี เรื่องนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังในรัสเซียทันที อีก ๘๗ ปีต่อมา "ศรีบูรพา" ได้อิทธิพลทั้งด้านรูปแบบและเนื้อหาจากนวนิยายเรื่องนี้มาเขียนสงครามชีวิต นับเป็นครั้งแรกที่นวนิยายไทยได้รับอิทธิพลจากนวนิยายรัสเซีย

    Poor People เป็นเรื่องราวความรักของหญิงชายผู้ยากไร้คู่หนึ่ง ฝ่ายชายชื่อ มาร์คา อเล็กเซเยวิช ชายสูงอายุผู้หลงรักหญิงสาวแรกรุ่นชื่อ วาร์วารา อเล็กเซเยฟน่าทั้งสองเขียนจดหมายโต้ตอบกัน นอกจากจะพรรณนาถึงความรักความห่วงใยต่อกันแล้ว ยังเล่าถึงสภาพความยากจนข้นแค้นของเพื่อนบ้าน และตั้งปัญหาถึงความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน แม้ว่ามาร์คาจะเสียสละแม้กระทั่งเสื้อผ้าชุดทำงานเพื่อซื้อของกำนัลและช่วยเหลือวาร์วาราเมื่อเธอเจ็บป่วย แต่ในที่สุดวาร์วาราก็ตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าของที่ดินชื่อ ไบคอฟ ด้วยเหตุผลว่า

            ถ้าหากจะมีใครสักคนที่จะช่วยกำจัดความเสื่อมเสียเกียรติยศ รักษา

        ชื่อเสียงอันดีงามของฉันไว้ได้ และพลิกเปลี่ยนความยากจน ความยากลำบาก

        และเคราะห์กรรมทั้งหลายของฉันได้ คนคนนั้นก็คือเขานั่นเอง...เฟดอร่า

        บอกว่า คนเราไม่ควรปล่อยโอกาสที่จะได้รับความสุขให้หลุดลอยไป๓

 

    โครงเรื่องของสงครามชีวิต กับ Poor People คล้ายคลึงกันมาก "ศรีบูรพา" นำโครงเรื่องของ Poor People มาใช้โดยตลอด เริ่มตั้งแต่เรื่องราวความสัมพันธ์ของหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งฐานะยากจน ฝ่ายหญิงเคยมีฐานะดีมาก่อนแต่ยากจนลง ทั้งสองเขียนจดหมายโต้ตอบกัน แสดงความรักความห่วงใยต่อกัน พร้อมกันนั้นก็เล่าถึงสภาพความแร้นแค้นของตนเองและของเพื่อนผู้ยากไร้ ภายหลังฝ่ายหญิงตัดสินใจแต่งงานกับชายอื่น เพราะเลือกความอยู่รอดและความสุขสบาย ทิ้งให้ฝ่ายชายต้องพ่ายแพ้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง

    การดำเนินเรื่องใช้วิธีเล่าเรื่องโดยจดหมายเหมือนกัน นอกจากนี้ยังใช้บันทึกช่วยดำเนินเรื่องบางตอน แต่ก็ไม่เหมือนกับใน Poor People ทีเดียว เพราะใน Poor People วาร์วาราส่งบันทึกของตนในอดีตสมัยพบรักครั้งแรกกับปัญญาชนหนุ่มที่ต้องตายไป ด้วยการทำงานหนักให้มาร์คาอ่าน แต่ในสงครามชีวิต "ศรีบูรพา" ตัดเรื่องราวเหล่านี้ออก อดีตของเพลินจึงไม่มีรายละเอียด มีเพียงคำบอกเล่าของเพลินว่า "ดิฉันได้สาบานไว้ในเรื่องที่เกี่ยวกับคนคนนี้" เท่านั้น ด้วยเหตุนี้การตัดสินใจของเพลินจึงพลิกความคาดหมายของผู้อ่านอยู่บ้างเพราะ รายละเอียดเกี่ยวกับอดีตที่ถูกทรยศรักของเพลินไม่แจ่มชัด

    นอกจากนี้ "ศรีบูรพา" ยังดำเนินเรื่องโดยใช้สถานการณ์และรายละเอียดบางตอนเหมือน Poor People นับตั้งแต่เริ่มเรื่องด้วยจดหมายของฝ่ายชาย กล่าวถึงสภาพบ้านที่ตนอยู่ การให้เห็นสภาพแร้นแค้นของผู้ยากไร้ โดยเล่าถึงความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้าน การแสดงความเห็นใจด้วยการช่วยเหลือทั้งๆ ที่เป็นผู้ยากไร้เหมือนกัน พร้อมกับสะท้อนความไร้มนุษยธรรมของผู้มั่งมี การสละแม้เสื้อผ้าของฝ่ายชายเพื่อช่วยเหลือฝ่ายหญิงซึ่งเป็นการเริ่มต้นความ ขัดแย้งระหว่างพระเอกกับนางเอกเพราะนางเอกต้องการช่วยเหลือตัวเอง  แต่ใน ด้านรายละเอียด "ศรีบูรพา" ได้กล่าวถึงเหตุการณ์แต่ละตอนอย่างวิเคราะห์วิจารณ์และมองถึงปัญหาความ อยุติธรรมในสังคม

    ด้านลักษณะตัวละคร ระพินทร์ในสงครามชีวิต กับมาร์คาใน Poor People เป็นผู้ยากไร้เหมือนกัน แต่ระพินทร์จะมองโลกและสังคมด้วยสายตาของผู้ได้รับการศึกษา ส่วนมาร์คามองโลกอย่างผู้ได้รับการศึกษาน้อย มาร์คามีลักษณะเป็นผู้ยากไร้ธรรมดาที่ได้บทเรียนจากประสบการณ์ในชีวิต และยังเป็นชายวัยชราที่บางขณะมีท่าทางงกๆ เงิ่นๆเมื่อต้องประสบเหตุการณ์บีบคั้น ส่วนระพินทร์เป็นหนุ่ม มีความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมในสังคม สามารถวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหตุผลอย่างปัญญาชน บุคลิก โลกทัศน์ และจิตใจของระพินทร์จึงไม่เป็นผู้ยากไร้อย่างมาร์คา ส่วนทัศนะที่ว่าชายต้องเป็นฝ่ายช่วยเหลือหญิง ทั้งระพินทร์และมาร์คานั้นเหมือนกัน

    ด้านตัวละครฝ่ายหญิง เพลินในสงครามชีวิต กับวาร์วาราใน Poor People เป็นผู้มีฐานะดีแล้วตกต่ำเหมือนกัน แต่เพลินมีบุคลิกเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวกว่า ทั้งยังมีความคิดเห็นอย่างผู้ที่ได้รับการศึกษา สามารถวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสังคม และบางครั้งมองปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคมได้ชัดเจนกว่าระพินทร์ ซึ่งแสดงว่า "ศรีบูรพา" ให้ความสำคัญกับตัวละครฝ่ายหญิง และให้เป็นฝ่ายเข้มแข็งกว่าฝ่ายชายซึ่งต่างจากดอสโตเยฟสกี้ การเน้นให้เพลินมีสำนึกทางมนุษยธรรม เห็นอกเห็นใจผู้ยากไร้และเป็นหญิงมีอุดมคติ การตัดสินใจของเพลินในตอนท้ายจึงพลิกความคาดหมายของผู้อ่านอยู่บ้าง มาลัย ชูพินิจ นักเขียนร่วมรุ่นกล่าวว่า "'ศรีบูรพา' ฆ่าเพลินซึ่งเป็นไอดีลของเรื่องอย่างเลือดเย็น"๔ ลักษณะเช่นนี้ต่างจาก Poor People ของดอสโตเยฟสกี้ เพราะภาพของวาร์วาราจะไม่เด่นชัดมากกว่ามาร์คา

    "ศรีบูรพา" ใช้แบบอย่างเรื่อง Poor People โดยนำเค้าโครงเรื่อง การดำเนินเรื่องรวมทั้งลักษณะเด่นมา จากนั้นจึงสร้างรายละเอียดขึ้นใหม่ตามสภาพสังคมไทย และยังมีบุคลิกเฉพาะตัวเด่นชัดขึ้นอีกด้วย หาก "ศรีบูรพา" ไม่กล่าวไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งถึงเรื่อง Poor People ของดอสโตเยฟสกี้แล้ว ผู้อ่านก็อาจจะไม่ทราบเลยว่าเขาได้รับอิทธิพลด้านโครงเรื่อง และการดำเนินเรื่องตลอดจนการสร้างตัวละครจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่๕ อย่างไรก็ตามการที่ "ศรีบูรพา" หยิบยกนวนิยายเรื่องนี้มาดัดแปลงในช่วงที่สังคมไทยเริ่มสนใจวิพากษ์วิจารณ์ ความเลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมจึงสอดคล้องกับสภาพสังคมไทยในระยะนั้นเป็นอย่าง ดี

อ่านต่อ

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 08 มิถุนายน 2010 เวลา 11:09 น.)