ข้อสังเกตุ
  • Please check if the attachment directory is writeable.

นูริอุทปา (Nuriootpa) เมืองงามเอื้ออาทรในมุมมอง "ศรีบูรพา"


รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน


     ช่วง เดือนกันยายนที่ผ่านมา (พ.ศ. ๒๕๔๗) ผู้เขียนและภรรยามาพักอยู่กับลูกสาวซึ่งทำงานอยู่ที่ออสเตรเลีย จึงถือโอกาสแวะเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่ "ศรีบูรพา" เคยมาใช้ชีวิตที่นี่ อาทิ เมืองเมลเบิร์น เมืองซิดนีย์ เมืองอะดิเลด ฯลฯ โดยเฉพาะที่เมืองอะดิเลด (Adelaide) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเซ้าท์ออสเตรเลีย  "ศรีบูรพา" เรียกชื่อเมืองนี้ว่า แอ็ดเล่ย์  เคยแสดงปาฐกถาเล่าว่า คนออสเตรเลียได้ริเริ่มร่วมมือกันสร้างเมืองๆ หนึ่งขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยที่รัฐบาลไม่ได้มีส่วนริเริ่มด้วยเลย (รายละเอียดอยู่ในปาฐกถา ชีวิตแบบออสเตรเลีย ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์  ภายหลังได้ถอดความนำมาพิมพ์ในภาคแรกของหนังสือข้าพเจ้าได้เห็นมา)  เมืองที่ว่านี้ หมายถึงเมืองนูริอุทปา (Nuriootpa) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในหุบเขาบารอสซา (Barossa valley) อยู่ห่างจากเมืองอะดิเลด ๔๓ ไมล์ (ประมาณ ๖๙ กิโลเมตร) ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำพารา(Para River) เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ของหุบเขาบารอสซา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่รู้จักกันดีที่สุดในออสเตรเลีย

เมืองงามที่พลเมืองสร้างกันเอง

กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ "ศรีบูรพา" ได้เรียบเรียงเรื่องราวของ เมืองนูริอุทปา อย่างน่าอ่านและน่าสนในบทความชื่อ "เมืองงามที่พลเมืองสร้างกันเอง" เป็นบทความสั้นๆ หนาประมาณ ๑ ยก (๑๖-๑๗ หน้า) พิมพ์อยู่ในภาคแรกของหนังสือข้าพเจ้าได้เห็นมา (อยู่ในหน้า ๑๘๔-๒๐๐ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๔ โดยสำนักพิมพ์เกวียนทอง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐) โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้

    เมือง ที่กล่าวนี้เป็นเมืองเล็กๆ ประกอบด้วยพลเมืองเพียง ๑,๕๐๐ คน ชื่อนูริอุทปา (เป็นชื่อของชาวพื้นเมือง) ตั้งอยู่ในหุบเขารอสซาอันเป็นที่อุดม อยู่ห่างจากนครหลวงแอ็ดเล่ย์แห่งรัฐเซ้าท์ออสเตรเลีย ๔๓ ไมล์  พลเมืองนูริอุทปาได้ช่วยกันสร้างสูตรแห่งความสำเร็จ ในการดำเนินชีวิตในประชาคม ผู้คนจากทั้งไกลและใกล้ได้พากันมาเยือนนูริอุทปาเพื่อศึกษาถึงการครองชีพอัน ปรีชาของคนพวกนั้น  ในบรรดาผู้มาเยือนนั้น มีทั้งศาสตราจารย์ นักศึกษาสังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตลอดจนพวกรัฐมนตรีและบุคคลชั้นหัวหน้าของเมืองต่างๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกับนูริอุทปา คนเหล่านั้นต่างก็มีความสนใจในความเป็นอยู่อย่างผาสุกง่ายๆ ในบ้านเรือนและร้านรวงของประชาชนที่นั่น

    ใน เมืองนูริอุทปานั้นไม่มีใครตั้งตัวเป็นใหญ่กว่าใคร และก็ไม่มีนักพูดผีปากคมที่คอยพูดยกย่องบ้านเมืองของตัว  ผู้ที่ไปเยือนนูริอุทปานั่นเองที่กลับไปเป็นผู้เผยแพร่แบบวิธีของความ บากบั่นแห่งประชาคมนูริอุทปา  ไม่มีวันใดที่ผ่านไปโดยไม่มีจดหมายจากภาคต่างๆ ของประเทศมีมาไต่ถามและขอทราบโครงการดำเนินงานของประชาคมนี้  และเมื่อเร็วๆ นี้ถึงกับมีจดหมายไต่ถามมาจากต่างประเทศ ด้วยประจักษ์กันว่านูริอุทปามีส่วนช่วยอุ้มชูประชาคมที่เสื่อมโทรมและอ่อน กำลัง

    เมื่อผู้ที่ติดตามศึกษาได้ บรรลุถึงแก่นของโครงการก่อสร้างเมืองนูริอุทปาแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าหลักการที่เรียนรู้มานั้นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ  หลักการนั้นมีอยู่ดังนี้ ให้ราษฎรชาวเมืองสลัดความเฉื่อยชาออกทิ้งเสีย ถกแขนเสื้อขึ้น แล้วต่างคนยอมสละเวลาส่วนหนึ่งให้แก่กิจการของประชาคมด้วยความกระตือรือร้น สนใจจริงจัง  ศีลข้อสำคัญข้อเดียวของสมาชิกแห่งประชาคมก็คือ การสละเวลาส่วนหนึ่งทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุผลอันไม่เป็นส่วนได้โดยตรงเฉพาะตัวบุคคล  ศีลข้อนี้จะอบรมสร้างสรรค์จิตใจใหม่ให้แก่มวลมนุษย์

    ข้อ ความจริงข้อนี้เท่านั้นเป็นเครื่องไขความลับแห่งความสำเร็จของเมืองนูริอุท ปา  นูริอุทปาเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งหนึ่งของหุบเขาแห่งไร่องุ่น ซึ่งผลิตเหล้าองุ่นอันโอชารสที่สุดของ ออสเตรเลีย  ดูเพียงผิวเผินก็คล้ายคลึงกับเมืองงามน่าอยู่ เช่นเมืองอื่นๆ ในบริเวณหุบเขาแห่งเดียวกัน นอกจากโรงแรมอันทันสมัยอันเป็นสมบัติของส่วนรวมซึ่งเป็นเครื่องหมายชัดแจ้ง ของความเจริญก้าวหน้า ส่วนคุณลักษณะอื่นๆ ในกิจการของประชาคม มิใช่สิ่งอันจะมองเห็นได้โดยทันที

    อย่าง ไรก็ดีผู้ที่ไปเยี่ยมเมืองนี้จะสังเกตเห็นความแตกต่างของผู้คนที่นี่กับที่ อื่นๆ ได้ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง  บรรยากาศของเมืองนูริอุทปาเต็มไปด้วยความคิดนานาชนิดและงานการ  ชาวเมืองกระปรี้กระเปร่าและแจ่มใส สำแดงถึงชีวิตที่ประสบความสำเร็จและผาสุก แต่ก็ไม่มีวี่แววแห่งความทะนงตนเลย ที่ถนนใหญ่ ตามร้านรวงและที่ซาลูนบาร์ห้องเล็กๆ ของโรงแรมที่ชาวเมืองเป็นเจ้าของร่วมกัน อันเรียกว่า มุมสำหรับมิตรสหาย เป็นแหล่งชุมนุมอภิปรายอย่างกันเอง ถึงโครงการที่จะจัดสร้างสถานชุมนุมพบปะ, สร้างห้องพักผ่อนหย่อนใจใหม่ๆ ขึ้นอีก สร้างที่ทำการสาธารณสุขเพิ่มเติม สร้างห้องสมุดใหม่, สร้างที่เล่นสำหรับเด็กๆ และโครงการอื่นใดในจำนวนโครงการร่วมโหลที่มีพร้อมอยู่แล้ว  การชุมนุมอภิปรายเหล่านี้ได้มาแทนที่การสุมหัวคุยกันถึงเรื่องของคนนั้นคน นี้ อันเป็นแบบวิธีเก่าคร่ำประจำท้องถิ่น

    ดู เหมือนว่าทุกคนในเมืองนั้นมีส่วนในกิจกรรมของประชาคมอย่างน้อยที่สุดก็หนึ่ง อย่าง  โครงการต่างๆ ก็นำออกปรึกษาหารือกันอย่างไม่มีพิธีรีตอง แต่ไม่เคยปรากฏว่าการปรึกษาหารือเหล่านี้เป็นการพูดกันอย่างน้ำท่วมทุ่ง เรื่อยเจื่อย และจบลงโดยไม่มีการนำพาต่อไป  เพราะว่าชุมนุมน้อยของเขาได้นำเอาความอุตสาหะจริงจังของส่วนรวมมาประกอบกับ โครงการด้วย และพร้อมจะลงมือทำให้ลุล่วงไปตามที่ได้มั่นหมายไว้

    ใน จำนวนพลเมือง ๑,๕๐๐ คน ประมาณ ๑ ใน ๓ มีส่วนร่วมในการทำงานให้แก่ส่วนรวม  เมืองนี้ไม่เคยโอ้อวดถึงหอประชุมเทศบาลนครที่เมืองใหญ่ๆ มีกัน  แต่ที่ด้านหลังของห้างขายยาของอาเธอร์เรอสมีห้องสะอาดสบายเล็กๆ ห้องหนึ่ง มีไฟช่วงโชติอยู่ในเตาผิงเป็นประจำ มีแผนผังของท้องที่และแบบแปลนของสถาปนิกติดไว้ที่ผนัง เป็นห้องที่ใช้ทำการแทนหอประชุม

    ไม่ ว่าเป็นเวลาใด กลางวันหรือกลางคืน จะได้พบคนหมู่หนึ่งในห้องนี้เสมอ  คนเหล่านี้มีอาเธอร์เรอส นักคิด นักฝัน ผู้ทำงานอย่างไม่มีเวลาหยุดพัก และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  เขาเป็นความจรรโลงใจของเมือง  ต่อจากอาเธอร์เรอส มีหมอฮูปแมน ผู้ให้เวลาว่างเยี่ยมไข้แก่งานของประชาคมอย่างมากมายเหลือเชื่อ  นอกจากนั้น มีชาลีเมนผู้จัดการโรงงาน เคลี่นายช่างโทรศัพท์และหมอโกลส์ผู้ร่าเริง และบางทีมีชาวนาสามีภรรยาร่วมอยู่ด้วยอีกคู่หนึ่ง หรือคนงานอีกคนหนึ่ง

    ใน ห้องเล็กหลังห้างขายยานี้เอง โครงการส่วนมากเพื่อความเจริญก้าวหน้าของเมืองได้ปรากฏเป็นรูปร่างออกมารับ การปฏิบัติ  ชาวเมืองที่ผ่านมามักจะแวะเข้าไปร่วมการอภิปรายด้วย  แต่ความเข้มแข็งที่อยู่เบื้องหลังนั่นเอง บันดาลให้กิจการต่างๆ ลุล่วงไปได้

    อาเธอร์เรอสใช้เวลา แทบทุกคืน เข้าประชุมในคณะกรรมการต่างๆ รวมทั้งหมด ๕๐ คณะ  หมอฮูปแมนเป็นกรรมการ ๑๖ คณะ  เมื่อก่อนสงคราม นูริอุทปาก็เหมือนกับเมืองเล็กๆ แห่งอื่น คือมีความวิตกถึงเรื่องหนุ่มสาวจะพากันเข้าไปอยู่ในกรุงเสียส่วนมาก ชาวเมืองจึงปรึกษากันว่า "เราจงมาร่วมมือกันสร้างเมืองๆ นี้เถอะ ให้มีทั้งความสะดวกสบายน่าอยู่อย่างเมืองหลวง และให้มีทั้งส่วนที่มีคุณค่าของความเป็นชุมนุมน้อยๆ ด้วย จงมาช่วยสร้างเมืองให้เป็นที่ซึ่งคนหนุ่มสาวไม่อยากจะจากไป"

    แล้ว ชาวเมืองพวกนั้นก็กะแผนการณ์กันอย่างอาจหาญ  เขาศึกษาโครงการก่อสร้างประชาคมของอังกฤษ อเมริกาและประเทศอื่นๆ ที่เขาคิดว่าจะมีบทเรียนให้เขาได้เรียนเสียก่อน  เขาไม่ยอมทำลายเวลาให้เสียไปด้วยการตั้งต้นโดยการเสี่ยง  โครงการก่อสร้างประชาคม ต้องมีหลักศูนย์กลางให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวของความเจริญที่จะติดตามมา  ชาวเมืองนูริอุทปาได้ทราบถึงการจัดตั้งโรงแรมของประชาคม ซึ่งปรากฏอยู่ตามภาคต่างๆ ของออสเตรเลีย  ฉะนั้นโดยไม่สนใจต้อจำนวนพลเมืองซึ่งมีอยู่เพียง ๑,๕๐๐ คน ผู้เริ่มการได้ตัดสินใจทันทีว่าจะสร้างโรงแรมขึ้น

    วิธี การหาเงินในการสร้างโรงแรมนั้น เป็นวิธีการปรกติที่แสดงถึงความบากบั่นแน่วแน่ของชาวเมืองวิธีหนึ่ง  เขาซื้อสิทธิในการเช่าโรงแรมเก่าๆ โรงแรมหนึ่งในจำนวนสอง แล้วก่อสร้างแต่งเติมให้เป็นโรงแรมทันสมัย ให้ชื่อว่า Vine Inn เป็นโรงแรมที่งดงามน่าอยู่อย่างยิ่ง ราคาค่าที่พักรวมทั้งอาหารอย่างดีเลิศ วันละ ๑๒ ชิลลิง ๖ เพนนี (๒๐ บาทตามอัตราแลกเปลี่ยนทางการ)  ในห้องพักมีทั้งท่อน้ำร้อนและน้ำเย็น และยังเตรียมการจะจัดให้มีสถานที่ดื่มเบียร์ในสวนเพื่อการรื่นรมย์พิเศษของ ผู้มาพักอีกด้วย

    เท่าที่จัดทำมา แล้ว ได้ใช้เงินลงทุนไป ๒๐,๐๐๐ ปอนด์ (๖๕๐,๐๐๐ บาท)  เขาเริ่มทำการหาเงินด้วยการนำโรงแรมออกจำนอง ได้เงินมา ๕,๐๐๐ ปอนด์ และได้กู้เงินจากบิลโคลธาร์ด ชายชราซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้อุปการะในการสร้างเมืองนี้อีก ๖,๐๐๐ ปอนด์  ต่อมาเขานำความคิดและโครงการออกชี้แจงแก่ราษฎรในท้องถิ่น ขอความร่วมมือในทางการเงินด้วยออกใบหุ้นกู้และอื่นๆ  เขาชักชวนนักธุระกิจในนครหลวงและนายช่างรับเหมาก่อสร้างของท้องถิ่นเข้า ร่วมทุน โดยจะนำผลกำไรจากการดำเนินงานของโรงแรม จ่ายคืนให้ในภายหลัง

    เขาตั้งคณะ อำนวยการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการของโรงแรม Vine Inn  คณะอำนวยการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่แผนกสินค้า หมอยา, คนเลี้ยงปศุสัตว์, หมอฟัน, ช่างทำอิฐ ชาวสวนและชาวนา  ชาวเมืองผู้ประสงค์จะมีสิทธิออกเสียงในการดำเนินกิจการ ต้องเสียเงินคนละ ๑ ชิลลิง (๑.๕๐บาท)

    ชาวเมืองนูริ อุทปามีความภูมิใจในโรงแรมของเขามาก  บัดนี้โรงแรมนี้เลี้ยงตัวเองได้อย่างเป็นที่พอใจ  เป็นทุนทรัพย์ที่หารายได้ผลประโยชน์ให้แก่ประชาคม นำมาจับจ่ายใช้สอยในกิจการอื่นๆ ได้ทั่วไป  ปัจจุบันนี้พลเมืองของนูริอุทปาดำเนินงานตามโครงการที่วาดไว้อย่างเพริศ พริ้งด้วยความมั่นใจ  เขานำผลกำไรส่วนหนึ่งของโรงแรมจัดซื้อรถสำหรับพานักท่องเที่ยวไปชมภูมิ ภาพรอบเมืองได้ถึง ๓๔ คัน และใช้รับส่งเด็กจากไร่ไปโรงเรียน

    โรงแรม "ไวน์อินน์" จึงกลายเป็นสถานย่านกลางแห่งหนึ่ง เป็นที่นัดพบปะของกรรมการต่างๆ เป็นที่ชุมนุมอภิปรายปัญหา และเป็นที่ดำเนินงานสาธารณกิจ  กล่าวให้ถูกต้องก็คือ เป็นศูนย์กลางการดำเนินงามตามโครงการก่อสร้างประชาคม

    ราย ได้จากการที่นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนในเมืองนี้สูงทัดเทียมกับรายได้จากการ ขายเครื่องดื่ม  ในปีที่แล้วตัวเลขแสดงผลกำไรของแผนกเครื่องดื่มเป็นเงิน ๓,๙๕๑ ปอนด์  ในขณะที่ผลกำไรจากการเช่าห้องพักเป็นเงิน ๓,๑๙๕ ปอนด์  เงินกำไรทั้งสองแผนกนี้ได้นำไปจับจ่ายในการก่อสร้างความเจริญให้แก่ประชาคม ทั้งหมด  เมื่อมีการประกาศขายห้างขายของที่ใหญ่ที่สุดในเมือง คณะกรรมการดำเนินงานได้รับซื้อไว้ และจัดให้เป็นที่ทำการค้าแบบ สหกรณ์  ผลกำไรจากการดำเนินงานนั้น ก็ได้นำมาเพิ่มทุนประชาคมอีกทางหนึ่ง

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 08 มิถุนายน 2010 เวลา 11:06 น.)